DIR Return Create A Forum - Home
---------------------------------------------------------
Amzy R. Nirvana
HTML https://amnaj.createaforum.com
---------------------------------------------------------
*****************************************************
DIR Return to: บทความเ&#...
*****************************************************
#Post#: 94--------------------------------------------------
ทักษิณขายหุ้น
VS
ลุงที่เชียงรายขายทองคำ
DIR By: Nirvana
Date: November 24, 2012, 12:52 am
---------------------------------------------------------
ภาค 1
ผมได้มีโอกาสไปปฏิบัติธรรมที่จังหวัดเชียงรายเมื่อปี
50 - 51
และได้มีโอกาสพูดคุยกับชาวไร่ชาวนา
มีลุงคนหนึ่งถามผมว่า
“รัฐเขาจะยึดเงินทักษิณเป็นหมื่นล้านเพราะทักษิณทุจริต
โกงกินเงินของชาติใช่มั๊ย”
ผมก็เลยตั้งคำถามกลับไปว่า
“ถ้าเมื่อสิบปีที่แล้วลุงมีทองคำ
1 เส้นหนัก 10
บาท
ตอนนั้นราคาทองคำบาทละ
5,000 บาท
พอมาถึงปีนี้ทองคำราคาบาทละ
15,000 บาท
ลุงก็เลยขายทองคำทั้ง
10 บาทออกไป
ได้เงิน 150,000
บาท
แล้วมีคนกล่าวหาลุงว่า
ลุงร่ำรวยผิดปกติ
ไปโกงเขามา
ไปลักขโมยเขามา
ลุงว่ามันถูกต้องไหมล่ะ
“
ลุงแกตอบผมว่า
“อ้าว
ก็เมื่อสิบปีที่แล้วลุงมีทองคำหนัก
10 บาท
และตอนขายลุงก็มีทองคำหนัก
10 บาท
เหมือนเดิม
แล้วจะกล่าวหาว่าลุงไปขโมยของคนอื่นมาได้อย่างไร”
ผมก็เลยบอกลุงไปว่า
“ก่อนจะเล่นการเมืองคุณทักษิณเขามีหุ้นอยู่
1,400 ล้านหุ้น
พอมาถึงปี
2549
คุณทักษิณจึงขายหุ้น
1,400
ล้านหุ้นออกไป
ได้เงิน 76,000
ล้านบาท
รัฐเขาจะยึดเงิน
76,000
ล้านบาทนี่แหละ”
ผมถามต่อ
"ลุงรู้ไหมว่าหุ้นคืออะไร”
ลุงแกตอบผมว่า
“ลุงไม่รู้จักหลอก
ไอ้หุ้นเหิ่นเนี่ย
“
ผมก็จึงบอกว่า
“หุ้นมันก็ไม่ต่างจากทองคำหลอกลุง”
ลุงแกก็พูดต่อ
“อ้อ
เรื่องมันอย่างนี้
นี่เอง”
ผมก็เลยถามต่อ
“แล้วลุงคิดว่าทักษิณโกงกินหรือไม่”
ลุงแกตอบว่า
“เมื่อก่อนลุงก็เชื่อตามที่ฟังข่าว
ว่าทักษิณโกงกินจริง
แต่พอเอ็งยกตัวอย่างเรื่อง
ทองคำ
ลุงจึงเข้าใจ
มันใส่ร้ายกันนี่หว่า
น่าสงสารนายกทักษิณจัง”
#Post#: 96--------------------------------------------------
Re:
ทักษิณขายหุ้น
VS
ลุงที่เชียงรายขายทองคำ
DIR By: Nirvana
Date: November 24, 2012, 1:06 am
---------------------------------------------------------
ภาค 2
แล้วลุงแกก็ถามต่อ
"แล้วไอ้แอมเพิ่ลรงเพิ่ลริชล่ะ
มันเป็นอย่างงัย"
ผมก็เลยย้อนถามลุงว่า
“ถ้าเมื่อสิบปีที่แล้ว
ทองคำของลุง
10
บาทนั้นเป็น
2 เส้น
เส้นหนึ่ง
2 บาท
และอีกเส้น
8 บาท
ลูกชายลุงจะไปทำงานในเขมร
ลุงเลยเอา
เส้น 2
บาทให้ลูกชาย
เมื่อลูกชายกลับมาก็เอามาคืนให้ลุง
แล้วลุงก็ขายทอง
ทั้งสองเส้น
รัฐฯเขาจะเก็บภาษีจากลุง
เพราะลุงไปซื้อทองคำจากเขมรมา
ราคาแค่บาทละ
5,000 บาท
แต่ตอนนี้ลุงขายได้บาทละ
15,000 บาท
ทองคำเส้น
2
บาทลุงมีกำไร
20,000 กว่าบาท
ลุงต้องเสียภาษี"
ลุงแกพูดว่า
“ไอ้ทองเส้น
2 บาท
เดิมมันอยู่ที่เชียงรายนี่
มันก็เป็นของลุงมาตั้งแต่ต้น
และก็เป็นเส้นเดิมที่ลุงให้ลูกชายไป
ลูกชายลุงมันไม่ได้ไปเปลี่ยนเป็นทองคำของเขมรเลยนี่หว่า"
ผมก็บอกว่า
"ทักษิณเขาเอาหุ้นส่วนหนึ่งไปให้แอมเพิ่ลริชเป็นผู้ถือไว้ที่เกาะบริติชเวอร์จิน
ผ่านไป 7 ปี
แอมเพิ่ลริชก็ส่งหุ้นคืนทักษิณ
แล้วทักษิณก็ขายหุ้นทั้งหมด"
ลุงแกท่าทางยังงงอยู่
??
ผมก็เลยพูดต่อว่า
"หุ้นที่แอมเพิ่ลริชถือไว้ที่เกาะบริติชเวอร์จิน
ก็เหมือนกับ
ทองคำที่ลูกชายลุงใส่อยู่ที่เขมร
พอผ่านไป 10
ปี
ลูกชายลุงก็เอามาคืนให้ลุง
แล้วลุงก็ขายทองทั้งสองเส้น"
แล้วลุงก็ยังถามผมต่อ
“และไอ้ที่เขาพูดกันว่าทักษิณซุกหุ้นล่ะ
มันเป็นยังงัยกัน”
ผมก็ตอบไปว่า
“การที่ทักษิณเอาหุ้นไปให้แอมเพิลริชถือไว้ที่เกาะบริติชเวอร์จินนั่นแหละ
เขาพากันประนามว่าทักษิณ
ซุกหุ้น
ถ้าจะเปรียบกับทองคำของลุง
เขาก็จะประนามลุงว่า
ซุกทองคำไว้ที่เขมร”
ลุงพูดต่อ
“ข้านึกว่า
นายกทักษิณไปขโมยหุ้นใครเขามาจึงต้องเอาไปซุกซ่อน
คนในหมู่บ้านบางคนด่าทักษิณว่า
รวยเป็นเศรษฐีแล้วยังงกไปขโมยหุ้นคนอื่นไปซุกซ่อนอีก
ที่แท้ก็เป็นหุ้นของเขาเอง”
แล้วลุงก็ถามต่อ
“ทำไมต้องใช้คำว่า
ซุกหุ้น
ใช้คำอื่นไม่ได้หรือไง”
ผมตอบ
“ใช้คำว่า
ซุกหุ้น
ก็เพื่อให้คนที่ได้ยินได้ฟังมีความรู้สึกว่า
ทักษิณเป็นคนโกง
เป็นคนเลวร้าย”
ลุงแกพูดต่อ
"ชาวบ้านรักทักษิณเยอะ
คนขี้อิจฉามันทนไม่ได้
เลยใส่ร้ายท่าน"
#Post#: 97--------------------------------------------------
Re:
ทักษิณขายหุ้น
VS
ลุงที่เชียงรายขายทองคำ
DIR By: Nirvana
Date: November 24, 2012, 1:10 am
---------------------------------------------------------
หลังจากที่นายกทักษิณขายหุ้นจำนวนกว่า
1,400 ล้านหุ้น
ในราคาหุ้นละ
49.25 บาท
รวมเป็นเงินทั้งสิ้นประมาณ
76,000 ล้านบาท
(รวมเงินปันผล)
มีข้อกล่าวหาคุณทักษิณมากมาย
บางคนว่า
คนขายก๋วยเตี๋ยวยังต้องเสียภาษีทุกปี
นายกขายหุ้น
73,000
ล้านต้องเสียภาษีด้วย
เงินได้จากการขายหลักทรัพย์ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
เป็นเงินได้พึงประเมินที่ได้รับการยกเว้นการจัดเก็บภาษี
ซึ่งเป็นไปตามกฎกระทรวงการคลัง
ฉบับที่ 126
(พ.ศ. 2509) ข้อ 2 (23)
HTML http://www.rd.go.th/publish/2502.0.html
ภาษากฏหมายเขียนว่า
“…..ได้รับการยกเว้นการจัดเก็บภาษี”
พูดภาษาชาวบ้านก็คือไม่ต้องเสียภาษี
เป็นข้อยกเว้นที่ปฏิบัติกันเช่นนี้มาเป็นเวลานานแล้ว
ไม่ใช่ว่าเพิ่งจะมาใช้เมื่อท่านทักษิณมาเป็นนายก
บางคนยิ่งหนักไปใหญ่เลย
(พวกเสื้อเหลือง)
บอกว่าทักษิณรับเงินปันผลก็ไม่เสียภาษี
(เรื่องภาษีที่หักจากเงินปันผล
จะเขียนในหัวข้อถัดๆไป)
*****************************************************
Page 1 of 1